Construction Simulator 3 จำลองสถานการณ์การก่อสร้าง

Construction Simulator 3

Construction Simulator 3 เกมแนว Simulator เกม Mobile ที่จำลองการก่อสร้างที่สมจริง ที่ได้รับที่ได้รับ ใบอนุญาตจากเจ้าของแบรนด์ชื่อดังได้แก่ Caterpillar, Liebherr, CASE, Bobcat, Palfinger, STILL, MAN, ATLAS, Bell และ BOMAG ซึ่งจะเปิดโอกาสให้กับเหล่าผู้เล่นได้จำลองสถานการณ์ การก่อสร้าง การควบคุม รถต่างๆที่ใช้ในการก่อสร้าง การซ่อมแซมถนน การสร้างตึกราบ้านช่อง รวมไปถึงการอัพเกรดบริษัทของผู้เล่น อีกด้วย และเมื่อผู้เล่นเล่นไปเรื่อยๆ ความยากของเกมก็จะเพิ่มยิ่งขึ้นไปด้วย ซึ่งจะทำให้เราเพลิดเพลินไปกับเกม นี้แบบไม่มีที่ติเลยทีเดียว 

ซึ่งใน Construction Simulator3 จะนำพาผู้เล่นเข้าไปท่องเที่ยวในเมืองยุโรป เพื่อทำการค้นหา และก่อสร้าง โดย ในแผนที่นี้จะแบ่งงออกเป็น 3โซน ให้เหล่าผู้เล่นได้ออกสำรวจ ที่จะใช้ในการจัดตั้งบริษัทรับเหมาก่อสร้างใน เขตเมืองนั้น โดยผู้เล่นจะได้รับภารกิจงานมากกว่า 70 ภารกิจ โดยจะมีงานตั้งแต่การรับสร้างที่อยู่อาศัย การสร้าง ตึก โรงงาน หรือแม้กระทั่งการซ่อมแซมถนน 

ซึ่งเหล่าผู้เล่นจะได้สนุกสนานไปกับอุปกรณ์เครื่องมือขุดเจาะ ที่ใช้ในการก่อสร้าง หรือแม้แต่ยานพาหนะที่ใช้ ในการก่อสร้างของทางบริษัท Liebherr, Caterpillar and Bobcat ที่มีให้เลือกเล่นมากกว่า 50 คัน เลยทีเดียวเชียว และใน Construction Simulator3 นี้ยังมีการปรับเปลี่ยนมุมมองในการเล่นเพื่อความสมจริงในการเล่นมากยิ่งขึ้น ซึ่งคงตอบโจทย์สายเกมที่ชอบออกแบบอยู่ไม่ใช่น้อยสำหรับเกมนี้

ข้อมูลจาก : www.ufa800.com/เกมสล็อต

จัดทำโดย : https://bowzu.com/

Two Point Hospital

Two Point Hospital ใครว่าเล่นยากก็ไม่ได้บังคับยากอย่างที่คิด

          Two Point Hospital เกมแนว Simulator ซึ่งเป็นที่นิยมมากพอสมควรในเวอร์ชั่น PCที่ในที่สุดก็ได้ออกมา ให้เราได้เล่นกัน แล้วในเวอร์ชั่น PS4 ซึ่งในเกมเราจะได้รับบทเป็นผู้บริหารโรงพยาบาลซึ่งเราจะทำหน้าที่ ออกแบบกำกับบริหารโรงพยาบาลไม่ว่าจะเป็นการจ้างหมอ และพยาบาลเข้ามาทำงาน การรักษาผู้ป่วยที่มารับ บริการให้หายเป็นปกติ การสร้างห้องจ่ายยา หรือแม้กระทั่งคลีนิค และการบริหารงานในแต่ละพื้นที่เพื่อให้มี รายได้และผู้ป่วยที่มาใช้บริการได้ ในจำนวน มากๆ นั้นเอง 

          ซึ่งในเกมนี้ก็ไม่ได้มีความซับซ้อนอะไรมากนัก เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นส่วนมากจะเกิดขึ้นมาแบบสุ่มไม่มีการ เรียงลำดับแต่อย่างใด และด้วยความที่เกมนี้เป็นเกมที่เกี่ยวกับออกแบบบริหารจัดการโรงพยาบาลที่มีผู้คน จำนวนมากมาขอรับบริการ สิ่งที่สำคัญในเกมนี้จึงเน้นไปที่ความสะอาด และการสร้างบรรยากาศภายในให้ดูดี มีความปลอดภัย ให้เสมือนเป็นโรงพยาบาลจริงๆ แต่ที่ต่างออกไปคือโรค และวิธีการในการรักษาที่เวอร์วัง และไม่มีอยู่จริงในโลกใบนี้ มันจึงเป็นจุดเด่นของเกมนี้นั้นเอง

          ซึ่งระบบของเกมนี้อาจจะมีรายละเอียดที่เยอะอยู่พอสมควร แต่ในตัวเกมจะช่วยสอนในการเล่นให้เป็นอย่างง่าย นั้นเอง และที่นอกเหนือไปจากการว่าจ้างบุคลากรทางการแพทย์ การจัดการพื้นที่ในโรงพยาบาลแล้วนั้น เราจะ ต้องทำภาระกิจที่เกมกำหนดมาให้ผ่านด้วย เพื่อรับเงินรางวัลเพื่อที่เอาไว้จ้างบุคลากร และซื้ออุปกรณ์ทางการ แพทย์ในส่วนของการรักษาผู้ป่วยนั้น บางโรคอาจจะไม่ได้รับการรักษาที่หายขาดจึงต้อมีทีมนักวิจัยเพื่อวิเคราะห์ หาทางรักษาโรคให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นอีกด้วย ซึ่งผู้เล่นจะต้องออกแบบและวิเคราะห์วางแผนการจัดการเอง

          TwoPointHospital เป็นเกมที่ไม่ได้มีความซับซ้อนอะไร ทำให้ผู้เล่นเข้าใจได้ง่ายสามารถเล่นได้ทุกวัย ซึ่งตัวเกม จะทำให้เราเพลิดเพลินไปกับมันได้ทั้งวันเลยแหละ ซึ่งเป็นเกมที่มีบริหารจัดการที่ดีอีกเกมเลยทีเดียว 

จัดทำโดย : https://bowzu.com/

ข้อมูลจาก : https://www.twopointhospital.com/

Spyro Reignited Trilogy

Spyro Reignited Trilogy การผจญภัยในโลกที่สุดของแฟนตาซีกับเจ้ามังกร

               Spyro Reignited Trilogy ช่วงหลังมานี้เริ่มเห็นบรรดาค่ายเกมต่างๆ  นำเอาเกมเก่าของตัวเอง  มาทำใหม่มากขึ้น  ทั้งในแบบ  HD  Remaster  หรือ  Remake  ใหม่หมด  และยุคเริ่มต้นของกราฟฟิคแบบ  Polygon  อย่าง  Playstation  ก็เป็นยุคที่มีเกม  3D  Platform  ที่น่าจดจำมากมาย  ผ่านมาเกือบ  20  ปี  ผู้พัฒนาก็นำเกมเหล่านั้นมาปัดฝุ่น  และนำเสนอใหม่ให้เข้ากับยุคปัจจุบันมากขึ้น  คราวนี้  ก็มาถึงตาของเจ้ามังกรม่วง  หรือ  Spyro  The  Dragon 

ตัวละครอีกตัวที่เกือบจะได้เป็นมาสคอตของ  Playstation  1  ที่กลับมาใหม่พร้อมกันถึง  3  ภาค  ในชื่อ  Spyro  Reignited  Trilogy  ที่สามารถถ่ายทอดความเป็น  Original  ออกมาได้อย่างดี   และตระการตากว่าเดิม

           เป็นการนำเอาเกมทั้ง  3 ภาคจากต้นฉบับ  คือ  Spyro  The  Dragon,  Spyro  2  และ  Spyro  Years  of  The  Dragon  ที่วางจำหน่ายในช่วงปี  1998-2000  มาทำการ  Remake  ใหม่มารวมอยู่ในเกมเดียว 

ซึ่งหากคุณคือผู้ที่เคยผ่านซีรีส์นี้มาแล้ว  จะสามารถรู้สึกถึงความคิดถึง  ที่ผู้สร้างได้ใส่มาให้ตลอดทั้ง  3  เกม  ซึ่งสามารถนำสิ่งดีๆ  ต่างๆ  ที่แฟนๆ  เคยชอบ  กลับมานำเสนอใหม่ได้อย่างครบถ้วน  แม้ว่าเนื้อเรื่องจะไม่ใช่จุดเด่นของซีรีส์  หรือเกมแนวนี้  แต่ด้วยเรื่องของกราฟฟิค 

การรีดีไซน์ฉาก  และตัวละครต่างๆ  ใหม่  รวมไปถึงการใส่เสียงภาค  และเพิ่มบุคลิกให้กับบรรดา  NPC  ให้ดูมีชีวิตชีวา  และมีเอกลักษณ์มากขึ้นกว่าเดิม  โดยเฉพาะเหล่ามังกรที่เจ้า  Spyro  ต้องไปช่วย  ก็ทำให้ตัวเกมมีสีสัน  และสร้างความเพลิดเพลินให้แก่ผู้เล่นได้ตลอด

               โลกของ  Spyro รวมไปถึงเลเวลต่างๆ  สามารถทำออกมาได้อย่างดีเยี่ยม  และจังหวะของเกมก็ทำให้ผู้เล่นอยากเล่นต่อไปเรื่อยๆ  และสำหรับผู้ที่ยังไม่คุ้นเคยกับซีรีส์นี้  โลกของเกม  จะประกอบไปด้วย  World  Map  ที่เชื่อมต่อกัน 

และแบ่งเป็นหลายๆ  เลเวล  และเมื่อเราผ่านด่านในแต่ละด่าน  พร้อมกับเก็บของต่างๆ  ได้ครบตามกำหนด  ก็จะสามารถไปยัง  World  ต่อๆ  ไปได้  โดยช่วงท้ายของในแต่ละ  World  ก็จะมีเหล่าบอส รอคอยเราอยู่ที่ปลายทาง  

               การควบคุมต่างๆ  ก็ไม่ได้มีอะไรซับซ้อนสำหรับผู้ที่คุ้นเคย  หรือผู้ที่ผ่ายเวอร์ชั่น  PS1  มาแล้ว  แต่สำหรับผู้เล่นหน้าใหม่ก็สามารถเรียนรู้ได้ไม่ยาก  รวมไปถึงการควบคุมหลักๆ  ก็ยังเหมือนกันทั้ง  3  เกมอีกด้วย  และสำหรับในภาคที่  3  Years  of  The  Dragon  ผู้เล่นยังสามารถเล่นตัวละครอื่นๆ  นอกเหนือจาก  Spyro  ได้อีกด้วย  ซึ่งบรรดาตัวละครอื่นๆ  นี่เอง  ก็ช่วยทำให้ตัวเกมดูหลากหลายมากขึ้น  นอกจากนั้น  Soundtrack  ก็ได้มีการถูกนำมาเรียบเรียงใหม่  และยังมี  Option  ให้เรานำดนตรีแบบดั้งเดิมมาใช้ได้อีกด้วย

               ตลอด  26  ชั่วโมง  ของตัวเกมหลักทั้ง  3  ภาค  แม้ว่าด้านระบบต่างๆ  ในเกมเพลย์  จะไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลงมากนัก  ตั้งแต่ปี  1998  แต่ด้วยงานต้นฉบับที่ยอดเยี่ยมที่ถูกนำมาร้อยเรียงใหม่ด้วยกราฟฟิคที่งดงามในเครื่อง  Generation  นี้  ก็ทำให้แฟนๆ  ของเจ้ามังกรม่วงได้ตื่นตันกับการกลับมาครั้งยิ่งใหญ่ของเกม  3D  Platform  ที่ยอดเยี่ยม

จัดทำโดย : https://bowzu.com/

ข้อมูลจาก : https://www.spyrothedragon.com/

The Crew 2

The Crew 2 รถ เรือ ขับเครืองบิน มอเตอร์ไซค์ อย่างไหนก็ซิ่งข้ามอเมริกาได้

               The Crew 2 ตลอดเวลากว่า 30 ชั่วโมง  สามารถถ่ายทอดประสบการณ์ที่น่าจดจำ  แม้จะไม่ใช่จากเรื่องราวที่เข้มข้นในการสำรวจโลก  Open  World แต่จะมาจากความหลากหลายของยานพาหนะ  และความสร้างสรรค์ของเส้นทางต่างๆ ที่ดูเกินจริง  และไม่น่าเป็นไปได้ แต่ก็ยังสามารถให้ความบันเทิงแก่ผู้เล่นได้ไม่น้อยเลยทีเดียว  ในภาคสองนี้มีความแตกต่างจากภาพต้นฉบับ โดยจะเน้นไปที่พัฒนาการในการขับขี่ของผู้เล่น 

ที่ประกอบไปด้วยพื้นที่ขนาดใหญ่ ที่มีกิจกรรมต่างๆ ให้เลือกเล่นมากมาย และการดำเนินเรื่องแบบไม่ได้เป็นเส้นตรง  แต่ที่น่าเสียดายนั้นที่เรื่องราวอาชญากรรมอันเข้มข้นของภาคที่แล้วได้หายไป เปลี่ยนมาเป็นเทศกาลการแข่งขัน Motor  Sport ที่มียานพาหนะหลายรูปแบบ  

               ตัวผู้เล่นเองจะเป็นนักแข่งมือใหม่  ที่พยายามไต่เต้าให้เป็น Superstar   นั่นเองแม้ว่าจะดูธรรมดา  และการเพิ่มระบบ Social  Media และเพื่อให้ผู้เล่นได้ยอด  Follow  เยอะๆ  ก็อาจจะไม่ได้เป็นตัวช่วยอะไรมากมาย  แต่ด้านความหลากหลาย และจังหวะของตัวเกมนั้น  ก็สามารถสร้างสีสัน

และความแตกต่างที่น่าประทับใจของการขับขี่  ในแบบArcade  Racing ทั้งบนบก  ในน้ำ และในอากาศ   ซึ่งจุดนี้เองทำให้การเล่นดูบ้านบิ่นมากๆ  ไม่ว่าจะเป็นการขับรถกระโดดข้ามตึกร้าง ขับเรือลงจากเขื่อน   หรือแม้แต่การเปลี่ยนจารการขี่มอเตอร์ไบค์ ไปเป็นเครื่องบินขณะลอยอยู่กลางอากาศ  รวมไปถึง Nitro  Boost การดริฟต์  และการเบิร์นยางแบบเวอร์ๆ  ที่จะทำให้ผู้เล่นตื่นตาตื่นใจ  

               เนื่องจากตัวเกมที่เป็นแบบ  Open  World ผู้เล่นจึงจะสามารถพบเจอเหล่าผู้ท้าชิงต่างๆ  ได้จากการวิ่งผ่านจุดที่กำหนดในแผนที่ จุดมุ่งหมายหลักของเกมคือ  การให้ผู้เล่นได้สำรวจโลกกว้าง ในขณะที่ย้ายจากเควสท์หนึ่งไปยังอีกเควสท์หนึ่ง 

ซึ่งอยู่ห่างกันค่อนข้างมาก รวมไปถึงจุด Interest  Point ต่างๆ  ก็กระจัดกระจายกันอยู่อีกด้วย  ตัวเกมสามารถให้เราดู Activity  Quest หลักๆ  ที่มีประมาณ 120 Activities  รวมไปถึง  Skill  Challenge  ที่มีอยู่อย่างนับไม่ถ้วน   ซึ่งนอกจากจะสามารถ Set  Way Point  หน้าเมนูได้แล้ว  ยังสามารถเลือกเริ่มเควสท์ได้เลย  แม้ว่าเราจะอยู่ตรงไหนของแผนที่ก็ตาม  รวมไปถึงยังสามารถ Cancel  ได้  เริ่มใหม่ได้เรื่อยๆ  ตามความต้องการ  

               ความต่อเนื่องในการเล่นในแผนที่ขนาดใหญ่  สามารถทำได้อย่างน่าประทับใจ แทบจะไม่มีช่วงเวลาโหลด  ทำให้การขับขี่ดูลื่นไหล และต่อเนื่องเป็นอย่างมาก และขณะที่อยู่ในช่วง   Free  Time ผู้เล่นก็สามารถที่จะเลือกเปลี่ยนยานพาหนะได้อย่างอิสระ 

นอกจากนั้นยังสามารถเลือกยานพาหนะที่เราใช้อยู่บ่อยๆ ใส่ลงใน  Shortcut  ให้กับ  Analog  เพื่อให้เราสามารถเลือกเปลี่ยนแบบด่วนๆ  ได้อย่างทันใจ ซึ่งจุดนี้ทำให้ตัวเกมสนุก  และต่อเนื่องขึ้นมาก และสำหรับยานพาหนะต่างๆ  ที่มีขายในเกม ผู้เล่นยังสามารถทดลองขับก่อนซื้อได้  และยานพายนะทั้ง ชนิดก็มีความแตกต่างกันในการขับขี่ที่ทำออกมาได้อย่างน่าประทับใจ  เช่น รถแข่งแบบ Street  รถแข่งระยะไกล  รถแข่งแรลี่ มอเตอร์ไซด์วิบาก  เครื่องบินผาดโผน เรือเร็ว รถแข่งกลาง Street  และอื่นๆ  โดยแต่ละชนิดก็ยังมีการแบ่งเป็นประเภท ย่อยลงไปอีก 

ซึ่งส่วนนี้ทางทีมงานสามารถถ่ายทอดการขับขี่ยานพาหนะต่างๆ  ที่แม้ว่าจะขาดความสมจริง แต่ก็ทำออกมาได้อย่างสนุกเลยทีเดียว  มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของแต่ละยานพาหนะ และเรียนรู้ได้ง่ายในสไตล์การขับขี่แบบ  Arcade  Racing

ขอบมูลจาก : https://www.ubisoft.com/en-US/studio/ivory-tower.aspx

จัดทำโดย : https://bowzu.com/

Daemon X Machina

Daemon X Machina เกมที่ให้อิสระในการเลือกสไตล์การเล่นของเรา

               Daemon X Machina คือเกมที่เต็มไปด้วยจิตวิญญาณ  และความพยายามของ Marvelous Studio ที่จะนำ  Machine Shooter กลับมารุ่งเรืองอีกครั้ง และอัดแน่นไปด้วยทีมงามคุณภาพมากมาย  ตั้งแต่การออกแบบหุ่นยนต์ทั้งหมด แต่เป็นที่น่าเสียดายว่า เพียงแค่จิตวิญญาณ และความตั้งใจอย่างเดียวอาจจะยังไม่เพียงพอ  ที่จะนำเกมนี้ไปถึงจุดที่หวังไว้ได้

               เรื่องราวของเกม  Daemon เกิดขึ้นเนื่องมาจาก  ดวงดาวของเรา ถูกดวงจันทร์พุ่งชน  เป็นสาเหตุให้เกิดพลังงานประหลาด ที่ทำให้บรรดา  AI หันมาทำร้ายมนุษย์ จึงเดือดร้อนมาถึง The Outer  กลุ่มนักบินผู้ควบคุมหุ่นรบ ต้องออกมาต่อสู้ เพื่อควบคุมดวงดาวแห่งนี้  แม้ว่าจะไม่ได้คาดหวังกับเรื่องราวในเกมที่เน้นการต่อสู้ แต่การนำเสนอเนื้อเรื่องของตัวเกม  ก็กลายเป็นจุดสังเกตแรกในทันทีที่ทำออกมาได้น่าติดตาม มีดีเทลที่ยิบย่อย แต่ถ่ายทอดออกมาได้น่าสนใจ  แต่อาจจะเข้าใจยากบ้าง  

               ผู้เล่นจะได้รับบทเป็น  1 ในหน่วย The Outer ในการรับมิชชั่นร่วมกับทหารรับจ้างคนอื่นๆ  ในการต่อสู้กับกองทัพ AI ที่มักจะเกี่ยวข้องกับการเมืองของฝ่าย หรือ  Faction ต่างๆ ที่ก่อนเริ่ม และระหว่างมิชชั่น จะเต็มไปด้วยคัทซีน และบทสนทนาที่ดูสับสนบ้าง  แม้ว่าเสียงภาคต่างๆ ของตัวละคร สามารถทำออกมาได้ดีก็ตาม  

               สิ่งที่ทำให้  Daemon ดูโดดเด่น คือ Art  Style และกราฟฟิคของเกม  ที่ถ่ายทอดออกมาเป็นแบบ เซลเฉด  อนิเมะ ที่ดูสวยงามในเครื่อง Nintendo  Switch รวมไปถึงความสามารถในการปับแต่งตัวละคร  และเม็ก ที่รายละเอียดเยอะมากๆ   

               เนื่องจากมีทีมงานที่เคยผ่านการพัฒนาเกม Armer Call ทำให้เกมเพลย์ของเกม Daemon เต็มไปด้วยกลิ่นอายที่เหมือนกัน โดยตัวเกมจะถูกแบ่งออกเป็นมิชชั่นต่างๆ  ที่จะปลดล็อค เมื่อผู้เล่นมีแรงค์ที่สูงขึ้น และแน่นอนว่า แรงค์ก็จะเพิ่มขึ้น เมื่อผู้เล่นทำภารกิจสำเร็จ 

ตลอดแคมเปญกว่า 15 ชั่วโมง ผู้เล่นจะได้เดินทางไปยังหลายๆ สถานที่ของดวงดาว เพื่อต่อสู้กับศัตรูที่เป็น AI  หรือผู้คนใน Faction ต่างๆ และการขับขี่เม็ก หรือหุ่นนั้นสามารถทำออกมาได้ดี โดยจะมีการแบ่งปุ่มสองปุ่มในการลอยตัว  และลดระดับ ที่เหลือก็จะเป็นการเน้นไปที่การเคลื่อนไหว การยิง และบูสติ้ง ที่อาจจะใช้เวลาสักพักจึงจะชิน แต่ก็ไม่ได้ยาก  หรือซับซ้อนจนเกินไป

               และอีกส่วนของความสนุกของเกม  Daemon ก็คือการที่ผู้เล่น  สามารถปรับแต่งรูปแบบเม็ก ได้หลายแบบ ตามที่ใจผู้เล่นต้องการ  โดยหุ่นของเรา จะมีอาวุธทั้งหมด 6 แบบ ซึ่งแต่ละแบบก็จะมีค่าพลังเฉพาะ  และถูกจัดไว้ในกลุ่มที่แตกต่างกัน ที่สามารถทำออกมาได้ดี รวมไปถึงยังสามารถผสมผสานเพื่อนำมาใช้ให้การต่อสู้  ดูหลากหลายขึ้นอีกด้วย นอกจากนั้น อาวุธต่างๆ ก็มี Obtimal Range หรือ ระยะโจมตีที่เหมาะสม ที่จะทำให้สามารถโจมตีได้รุนแรงขึ้น  และยังมีระบบการยิงสลิง เพื่อยึดที่จับอีกด้วย ภารกิจต่างๆ ในเกม หลักๆ จะประกอบด้วยการจัดการกับศัตรูให้หมด หรือป้องกันบางสิ่งบางอย่าง  ภายในเวลาที่กำหนด ที่อาจจะดูสนุกในภารกิจแรกๆ และจุดไฮไลท์ในการทำมิชชั่น ก็คือการต่อสู้กับบอส ที่ไม่ได้มีมาบ่อยๆ แต่ก็ช่วยเปลี่ยนจังหวะ  และ การต่อสู้ของตัวเกม ได้ดี 

จัดทำโดย : https://bowzu.com/

ข้อมูลจาก : https://www.nintendo.com

A Plague Tale: Innocence

A Plague Tale: Innocence เหตุผลที่ควรเล่นเกมส์นี้

              A Plague Tale: Innocence  คือเกม Adventure ที่เน้นไปที่การเล่าเรื่อง  หรือมีฉากหลังที่อยู่ในช่วง Middle Edge หรือยุคกลางของยุโรป  ซึ่งมีจุดเด่นอยู่ที่ฝูงหนูจอมโหด สายใยความสัมพันธ์ของตัวละครหลักทั้ง  2 ตัว และเรื่องราวที่เต็มไปด้วยปริศนาในการเดินทางไปสู่ความมืดมิด ที่ไม่อาจคาดเดาได้  

               เรื่องราวของ  A Plague Tale จะเป็นการติดตามชีวิตของสาวน้อย  อมีเซีย ในช่วงปี 1348 ระหว่างสงคราม  100 ปีในฝรั่งเศส และ การระบาดครั้งใหญ่ของกาฬโรค  โดยชีวิตของอมีเซียนั้น ก็ได้พลิกผัน จากคุณหนู มาเอาชีวิตรอดจากโลกที่แสนโหดร้าย  และหดหู่ พร้อมกับน้องชายฮิวโก้ จากเหล่าหนูปีศาจกระหายเลือด และเอาตัวรอดจาดกองทัพของศาสนจักร   ซึ่งตลอดเรื่องราวในเกมก็สามารถพัฒนาความสัมพันธ์ของตัวละครทั้งคู่ได้อย่างดี และยังเต็มไปด้วยปริศนามากมาย  รวมไปถึงยังสามารถค่อยๆ เพิ่มความกดดัน ให้กับผู้เล่นได้เรื่อยๆ ตลอดการผจญภัย 8 ชั่วโมง แม้ว่าตัวละครประกอบอื่นๆ  อาจจะไม่ค่อยมีความหลากหลายเสียเท่าไหร่  

               การนำเสนอภาพที่สมจริงของ  A Plague Tale  ก็ช่วยทำให้ผู้เล่นได้มีส่วนร่วมในความสยอง  สไตล์เทพนิยายกริมได้อย่างดี ทั้งในเรื่องของการถ่ายทอดภาพ บรรยากาศที่โหดร้าย  และอันตราย แสงและเงาต่างๆ ที่เป็นจุดสำคัญของเกม ก็ช่วยส่งผลให้กับความรู้สึกของผู้เล่น  เหมือนแสงสว่างแห่งความหวังที่จะช่วยนำทางให้เราปลอดภัยจากความมืดมิด

               การเล่นหลักๆ  ของเกมนี้คือการเน้นไปที่การหลบซ่อนเป็นหลัก  ไม่ว่าจะเป็นการพรางตัวในโพรงหญ้า หรือขว้างหินเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของศัตรู   และหนทางในการผ่านของแต่ละช่วงนั้น ก็ค่อนข้างจำกัดวิธี และเป็นเส้นตรง ทำให้บางครั้งจะทำให้เรารู้สึกเหมือนเป็นผู้นั่งดูเหตุการณ์  มากกว่าที่จะได้ใช้สมองคิดเพื่อหาวิธีผ่าน แต่ช่วงหลังๆ ของเกม ก็มีการเพิ่มอิสระในการเลือกทางเลือก เพื่อใช้ผ่านฉากต่างๆ มากขึ้น แต่โดยรวมแล้ว  ก็อาจจะไม่ได้ยาก หรือท้าทายเท่าไหร่ ดูจะเป็นเกมที่เน้นไปที่การเล่าเรื่องมากกว่า แม้ว่าการรอบเร้น จะเป็นแก่นหลักในเกม A Plague Tale แต่ผู้เล่นก็ยังสามารถใช้อาวุธได้  เช่น หนังสติ๊ก ในการเหวี่ยงกระสุดเพื่อโจมตีไปยังศัตรู และยังส่งผลที่แตกต่างกันตามชนิดของกระสุนอีกด้วย ซึ่งสิ่งเหล่านี้ ผู้เล่นสามารถคราฟต์ได้จากวัตถุดิบต่างๆ ที่หาได้ตามฉาก เช่น  กระสุนไฟ หรือบางชนิดก็สามารถใช้ล่อฝูงหนูได้ และการจัดการกับศัตรูแต่ละชนิด ก็ต้องใช้กลยุทธ์ที่แตกต่างกันอีกด้วย โดยบรรดาวัตถุดิบเหล่านี้ ก็ยังสามารถนำมาใช้อัพเกรดสิ่งต่างๆ ได้อีกด้วย  จึงอาจจะต้องวางแผนการใช้งานให้ดี แม้ว่าจะไม่ได้หายากนักเท่าไหร่ แต่ก็ช่วยให้ผู้เล่นอยากสำรวจแผนที่ต่างๆ มากขึ้น

               นอกเหนือจาก ศัตรูที่เป็นทหาร แล้ว  อันตรายอีกอย่างหนึ่งของเกมก็คือ ฝูงหนูมรณะ   โดยสิ่งที่สามารถป้องกันตัวเองจากมันได้ก็คือแสง  และไฟนั่นเอง ซึ่งฝูงหนูนี้ ทางเกมทำออกมาได้น่าขนลุก  และหลอนมากๆ แม้ว่าการเคลื่อนไหวของมันบางครั้ง ก็อาจจะดูไม่เป็นธรรมชาติเสียเท่าไหร่  และฉากในการผ่านพวกหนูส่วนใหญ่ ก็จะค่อนข้างเป็นเส้นตรงในการแหวกฝูงหนู นอกจากนั้นในเกมยังมีเหล่า  Collectable ที่ซ่อนอยู่ให้ผู้เล่นได้ค้นหาอีกด้วย

ข้อมูลจาก : https://www.asobostudio.com/games/plague-tale

จัดทำโดย : https://bowzu.com/

Atelier Ryza : Ever Darkness & the Secret Hideout

Atelier Ryza : Ever Darkness & the Secret  Hideout

              Atelier Ryza  หลายปีผ่านมาซีรีส์  Atelier มีการเปลี่ยนแปลงมากมาย  ทั้งในระบบหลัก และการถ่ายทอดเรื่องราว  แม้ว่าภาคหลัง ก็มักจะใช้ระบบที่เป็นสูตรสำเร็จแบบเดิมๆ  ที่ผู้เล่นคุ้นเคยอยู่แล้ว แต่การกลับมาครั้งนี้ ทีมงานก็ได้ยกเครื่องในหลายๆ  อย่าง ให้กับ Ever Darkness & the Secret Hideout ที่ให้อารมณ์สดใหม่  และเหมือนเป็นวิวัฒนาการครั้งใหญ่ของซีรีส์

         เริ่มต้นด้วยการแนะนำกลุ่มเพื่อนๆทั้งหมดในเกม  ที่พวกเขาได้เติบโตขึ้นมาด้วยกันในเมืองชนบท จึงเต็มไปด้วยความกระหายการออกไปผจญภัยในโลกกว้าง  ตัวละครแต่ละตัว ล้วนมีเป้าหมายที่แตกต่างกัน แต่ทุกคนต่างก็ต้องแบกรับความหวังของคนในหมู่บ้านเอาไว้ 

และมีสายใยที่ผูกพันกันในกลุ่มได้อย่างดี ภาคนี้ถือเป็นอีกหนึ่งภาค ที่สามารถถ่ายทอดเรื่องราวของตัวเกมออกมา  ได้อย่างกินใจ และน่าติดตาม ที่หาได้ยากในซีรีส์ Ryza ในภาคที่ผ่านมา

             เหตุการณ์ต่างๆ  จะเน้นไปที่ตัวละคร  และนำเสนอออกมาได้อย่างลึกซึ้ง  ผู้คนภายในเมืองก็มีเรื่องราวเป็นของตัวเอง  ที่เราจะค่อยๆ ได้เรียนรู้เมื่อเราทำเควสไปเรื่อยๆ  จึงทำให้ผู้เล่นรู้สึกถึงความคุ้มค่าในการเสียเวลาเรียนรู้เรื่องราวต่างๆ 

ของผู้คน เพื่อที่จะได้เป็นส่วนหนึ่งขอโลกในภาคนี้ และในการเดินทาง Ryza  ก็ได้พบเจอกับเหตุการณ์ที่เปลี่ยนชีวิตของเธอ ให้มุ่งมั่นด้วยตัวเองเพื่อที่จะเป็นนักปรุงยาที่ดีให้ได้  และคงปฏิเสธไม่ได้ว่า สิ่งที่ทำให้ เกมAtelier  ดูโดดเด่น ก็คือตัวเอกอย่าง Ryza

ที่มีคาแรคเตอร์ดีไซน์  บุคลิก และความมุ่งมั่นของเธอ จะทำให้ผู้ล่นเข้าถึงตัวเกมได้อย่างง่ายดาย  คือเกมที่เต็มไปด้วยความงดงาม  ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของตัวละครหลัก และสภาพแวดล้อม ที่เต็มไปด้วยบรรยากาศที่น่าค้นหา แต่ละโลเคชั่นก็มีความแตกต่าง ทั้งภูมิประเทศ  มอนสเตอร์ และไอเท็ม  

               ระบบ  Synthesis  หรือการผสมสิ่งต่างๆ  ที่เป็นจุดเด่ยของซีรีส์นักปรุงยา  ที่ในภาคนี้จะเน้นไปที่คุณภาพของไอเท็ม  และท่าต่างๆ ซึ่งระหว่างขั้นตอนการคราฟต์นั้น  ผู้เล่นจะได้ค้นพบส่วนผสมใหม่ๆ พร้อมกับผลข้างเคียง  และคุณลักษณะใหม่ๆ อีกด้วย ซึ่งสิ่งเหล่านี้ก็จะเหมือนกับในทุกๆภาคของ  Atelier ที่จะค่อยๆ ซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ

โดยเฉพาะช่วงท้ายของเกม แต่ก็ยังมีระบบในการช่วยให้ผู้เล่นปรับแต่งไอเท็มได้ง่ายขึ้น  และในภาคนี้ ผู้เล่นสามารถผสมไอเท็มขึ้นมาใหม่ จากไอเท็มที่ถูกสร้างไปแล้ว ด้วยการใช้ไอเท็มอีกชิ้น และอัญมณี ที่ได้มาจากการทำลายไอเท็มอื่นๆ    ซึ่งระบบนี้เอง ก็ทำให้ผู้เล่น สามารถทำการคราฟต์สิ่งต่างๆ ซ้ำๆ เพื่อทำให้ไอเท็มนั้นแข็งแกร่งมากขึ้น โดยใช้อัญมณี ที่มีอยู่อย่างมรประสิทธิภาพ  แม้ว่าจะซับซ้อน แต่ก็เข้าถึงได้ไม่ยาก และเมื่อระดับของ Archemy ของเราสูงขึ้น เราก็จะสามารถใช้ไอเท็มได้หลากหลายขึ้นนั่นเอง 

จัดทำโดย : https://bowzu.com/

ข้อมูลจาก : https://www.koeitecmoamerica.com/